ReadyPlanet.com
dot
dot
MC Syllabus Consulting is a trusted advisory team of professionals
dot
bulletที่ปรึกษา เอ็ม ซี ซิลลาบัส
bulletประสบการณ์การให้คำปรึกษา
bulletการประเมินศักยภาพทางธุรกิจ
dot
โลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม
dot
bulletแผนปฏิบัติการ
bulletโลจิสติกส์อาหาร
bulletโลจิสติกส์ปิโตรเคมี
bulletโลจิสติกส์เซรามิก
bulletโลจิสติกส์ เหมืองแร่
bulletโลจิสติกส์ชิ้นส่วนยานยนต์
bulletโลจิสติกส์เครื่องใช้ไฟฟ้า
bulletโลจิสติกส์สิ่งทอ
bulletโลจิสติกส์คลัสเตอร์
dot
สารเคมีอันตราย
dot
bulletการจัดการสารเคมีอันตราย
bulletการจำแนกสารเคมีอันตราย
bulletการขนส่งสินค้าอันตราย
bulletตัวอย่างอุบัติเหตุจากสารเคมี
dot
ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
dot
bulletระบบการนำกลับมาใช้ใหม่
bulletระบบการใช้รถเที่ยวกลับ (BACKHAUL)
dot
การพัฒนาบุคลากร
dot
bulletการพัฒนาบุคลากร
bulletสัมมนาเชิงปฏิบัติการโลจิสติกส์
dot
ข่าวกิจกรรม
dot


การจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์

การจัดการโลจิสติกส์เป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกันตลอดกระบวนการธุรกิจทั้งภายนอกองค์กรและภายในองค์กร สำหรับการจัดการโลจิสติกส์ภายในองค์กรเริ่มตั้งแต่การขนส่งเคลื่อนย้ายวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน จัดเก็บในคลังวัตถุดิบเพื่อรอการผลิต เมื่อมีคำสั่งผลิตจึงนำวัตถุดิบไปแปรรูปตามขั้นตอนการผลิต จนสำเร็จได้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป บรรจุหีบห่อ นำเก็บเข้าคลังสินค้าเพื่อรอการจัดส่งให้ลูกค้า

การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภายในองค์กร ประกอบด้วย การพัฒนาระบบการวางแผนโลจิสติกส์ การจัดซื้อ การบริหารวัตถุดิบคงคลัง การเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ ชิ้นงานระหว่างผลิต และผลิตภัณฑ์ภายในโรงงาน การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดการคำสั่งซื้อ การจัดส่งสินค้า และเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลกิจกรรมธุรกิจขององค์กรทุกส่วนเข้าด้วยกัน รวมถึงระบบบัญชีการเงินและการบริหารองค์กรด้านต่างๆ

 

การวางแผนซัพพลายเชน เป็นการจัดทำแผนการตลาด แผนสินค้าคงคลัง แผนการผลิต  แผนวัตถุดิบคงคลัง และแผนการจัดซื้อวัตถุดิบ ตลอดจนแผนการจัดส่งผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกันทั้งหมด ความถูกต้องของการพยากรณ์การขาย ความเข้าใจในช่วงเวลาส่งมอบของสินค้า (Lead Time) และความต่อเนื่องของแผนต่างๆ  เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อประสิทธิภาพของแผนซัพพลายเชนและแผนโลจิสติกส์โดยรวม  

 

ระบบการจัดซื้อ ผู้ประกอบการต้องศึกษาให้เข้าใจลักษณะธุรกิจและกระบวนการผลิตของผู้ส่งมอบวัตถุดิบ ทราบถึงช่วงเวลาส่งมอบและข้อจำกัดต่างๆ ของผู้ส่งมอบทุกราย เพื่อพิจารณารอบและปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสม ลดความผิดพลาดในกระบวนการจัดซื้อ และควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมท่ามกลางสภาวะการณ์ที่ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และแรงงานสูงขึ้นอย่างมาก

 

การบริหารวัตถุดิบ ชิ้นงานระหว่างผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปคงคลัง ต้องมีการวางแผนตามความต้องการขายและผลิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเก็บสินค้าคงคลังที่มากเกินไป ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น และทำให้มีความยุ่งยากด้านการจัดเก็บ นอกจากนี้ยังต้องหลีกเลี่ยงการเก็บสินค้าคงคลังผลิตภัณฑ์ในระดับที่ต่ำเกินไปซึ่งจะทำให้เสียโอกาสในการขายหรือการเก็บสินค้าคงคลังของวัตถุดิบน้อยไปซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ต้องหยุดการผลิตลง

 

                 การจัดการคลังสินค้าและคลังวัตถุดิบ สำหรับวัตถุดิบต้องมีสถานที่จัดเก็บที่สามารถป้องกันความเสียหาย และต้องเป็นพื้นที่ที่สะดวกต่อการขนถ่าย สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป สำหรับชิ้นงานระหว่างผลิต ต้องจัดวางให้เป็นสัดส่วน เพื่อให้สามารถนำเข้าสู่กระบวนการผลิตในขั้นต่อไปได้อย่างถูกต้อง และไม่ควรให้เกิดการเคลื่อนย้ายบ่อยครั้งหรือเป็นระยะทางไกลโดยมิได้มีอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่สินค้า สำหรับสินค้าสำเร็จรูป เป็นสินค้าคงคลังที่มีมูลค่าสูงที่สุด เพราะในตัวชิ้นงานมีต้นทุนที่ผ่านหลายกระบวนการรวมอยู่ จึงควรมีระบบการจัดเก็บและนำออก รวมทั้งพื้นที่จัดเก็บที่แน่นอนจัดวางตามการเคลื่อนไหวของสินค้า เช่น สินค้าค้างสต็อกควรอยู่ด้านในสุด สินค้าเคลื่อนไหวเร็วควรอยู่ใกล้ประตูคลังสินค้า เป็นต้น ระบบป้องกันความผิดพลาดในกระบวนการที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น มีป้ายบ่งชี้กระบวนการทำงาน ป้ายแจ้งเตือนต่างๆ อีกทั้งต้องมีการตรวจนับสินค้าคงคลังอยู่เสมอเพื่อทราบปริมาณที่แท้จริงสำหรับการขาย การวางแผน และการผลิตในครั้งต่อไป

 

การจัดการคำสั่งซื้อ ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของการให้ข้อมูลในคำสั่งซื้อ มีระบบตรวจสอบความพร้อมของสินค้าที่จะขาย ความพร้อมของการจัดส่ง และการตรวจสอบเครดิตของลูกค้า มีกระบวนการที่เชื่อมโยงกับฝ่ายคลังสินค้าและฝ่ายจัดส่งเพื่อให้เกิดการจัดเตรียมสินค้าและการจัดส่งได้อย่างถูกต้องตามรายการในคำสั่งซื้อ

 

การจัดส่งสินค้า ต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมสินค้าของฝ่ายคลังและการจัดเตรียมรถบรรทุกของฝ่ายจัดส่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้สามารถส่งสินค้าได้อย่างถูกต้อง ตรงเวลา สามารถใช้ประโยชน์รถขนส่งได้อย่างเต็มที่  ได้แก่ การบรรทุกได้เต็มคัน และการทำรอบได้อย่างรวดเร็ว

 

การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ได้แก่ การจัดให้มีบันทึกกิจกรรมทุกขั้นตอนของกระบวนการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์อย่างถูกต้องและตรงเวลา มีระบบเชื่อมโยงแผนและการปฏิบัติการของหน่วยงานต่างๆ ในซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ภายในองค์กร ทำให้การสื่อสารของข้อมูลด้านโลจิสติกส์เป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดข้อผิดพลาดอันอาจเกิดขึ้นได้จากการทำงานของพนักงานหลายๆ ฝ่าย นอกจากนี้ยังสามารถประมวลข้อมูลด้านการปฏิบัติการมาวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการ ตัวอย่างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ เช่น ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ระบบ Warehouse Management System (WMS) ระบบ Transport Management System (TMS) เป็นต้น

 

นอกจากการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ภายในองค์กรตามที่กล่าวข้างต้น ยังมีการบริหารจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ คู่ค้าที่อยู่ในซัพพลายเชนเดียวกันซึ่งก็คือซัพพลายเออร์และลูกค้า ซัพพลายเชนดังกล่าวมิได้มีเพียงซัพพลายเชนเดียว แต่เป็นร่างแหซัพพลายเชนโดยแต่ละโรงงานมักจะมีการใช้วัตถุดิบและวัสดุหลายชนิดมาจากซัพพลายเออร์หลายแห่ง แต่ละแห่งก็อาจมาจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับลูกค้าซึ่งก็เป็นไปได้ที่เป็นผู้ซื้อสินค้าที่นำไปใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น บรรจุภัณฑ์โลหะ สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมี หรือเป็นบรรจุภัณฑ์ในตลาดอุปโภคบริโภคโดยตรง เช่น กล่องปากกา ดินสอ เป็นต้น ดังนั้นการบริหารซัพพลายเชนระหว่างองค์กรจึงมีความซับซ้อนมากกว่า สถานประกอบการที่มีข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจในแต่ละซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ภายในองค์กรและสามารถทำการเชื่อมโยงแผนและการปฏิบัติการได้ดี ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

 




แนวคิดการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์

แบบจำลองการเพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์
ปั้นดินให้เป็นดาว ชุดที่ 1 article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.