ReadyPlanet.com
dot
dot
โครงการภาครัฐ
dot
dot
กระทรวงอุตสาหกรรม
dot
bulletโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม
bulletโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโลจิสติกส์และซัพพลายเชน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร
bulletโครงการศึกษาเพื่อวางแผนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดโซ่อุปทาน
bulletโครงการนำร่องการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์เชิงลึก กลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก
bulletโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน
bulletโครงการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
bulletโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม (Industrial Cluster Development)
dot
โครงการภาคเอกชน
dot
bulletโครงการนำยางรถยนต์กลับมาใช้ใหม่
bulletโครงระบบการใช้รถเที่ยวกลับ (BACKHAUL)
dot
ข่าวกิจกรรม
dot


สรุปปัญหา อุปสรรค แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ article

ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์

 

        การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐานและอุตสาหกรรมเซรามิกของสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 30 สถานประกอบการ มีปัญหาและอุปสรรค สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังต่อไปนี้

 

1)     บทบาทในการสนับสนุนและเข้าร่วมโครงการของผู้บริหารระดับสูงของสถานประกอบการมีผลต่อความสำเร็จของการจัดทำโครงการอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากการแก้ปัญหาและการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของสถานประกอบการ ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการตัดสินใจร่วมกันสำหรับประเด็นที่มักมีความขัดแย้งในผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย เช่น โรงงานผู้ผลิตกระเบี้องเซรามิกมีกำลังการผลิตมากกว่ายอดขายในปัจจุบัน แผนการผลิตกำหนดให้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตเสมอ ทำให้ปริมาณสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก การลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมระดับสินค้าคงคลังเป็นข้อเสนอเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และสนับสนุนการหมุนเวียนเงินสดในการดำเนินงาน แต่กลับทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ถ้าฝ่ายผลิตยึดถือต้นทุนการผลิตต่อหน่วยเป็นสำคัญ จะทำให้โครงการลดระดับสินค้าคงคลังขององค์กรไม่ประสบความสำเร็จ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงควรจะเข้ามาร่วมในการตัดสินใจที่สำคัญนี้ พร้อมระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาในโครงการรวมถึงฝ่ายบัญชีและการเงินมาทำการเปรียบเทียบ โดยพิจารณาต้นทุนรวมของสถานประกอบการ มากกว่าพิจารณาเฉพาะต้นทุนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ปี 2552 ผู้บริหารระดับสูงของสถานประกอบการลงนามอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการครบทุกแห่ง แต่ในการจัดทำโครงการจริง ณ สถานประกอบการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ มีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรมาเข้าร่วมโครงการเพียงประมาณ 60% อาจสะท้อนให้เห็นแนวคิดของผู้บริหารระดับสูงของสถานประกอบการในการให้การสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์แต่ไม่เข้าร่วมโครงการ 

2)     สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการทุกราย ได้จัดตั้งคณะทำงานด้านโลจิสติกส์ขึ้นมาตามแผนและหลักเกณฑ์การดำเนินงานของโครงการปี 2552 และมีสถานประกอบการที่สามารถจัดตั้งคณะทำงานที่มาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายวางแผน ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายสนับสนุนการขาย ฝ่ายผลิต ฝ่ายโลจิสติกส์ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดส่ง ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายบุคคล และบางสถานประกอบการได้ให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเข้ามาร่วมโครงการด้วย ทำให้สามารถรวบรวมประเด็นปัญหาและมีแนวทางการวิเคราะห์และแก้ปัญหาในระบบ  โลจิสติกส์ได้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร สามารถจัดทำแผนการจัดการโลจิสติกส์จำนวนมากและมีแผนเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ต่อเนื่องอีกหลายโครงการ นับว่าได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสถานประกอบการ ที่จำกัดคณะทำงานและเนื้อหาของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ อยู่เพียงฝ่ายโลจิสติกส์ คลังสินค้าและจัดส่งเท่านั้น ทำให้จัดทำโครงการได้เพียงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในคลังสินค้าและกิจกรรมการจัดส่ง ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและไม่มีโอกาสแตะเข้าไปถึงสาเหตุหลักของปัญหาโลจิสติกส์ภายในองค์กรได้ ตัวอย่างเช่น ไม่สามารถจัดทำแผนซัพพลายเชนขององค์กรในระดับต่างๆ ได้   

3)     คณะทำงานด้านโลจิสติกส์ของสถานประกอบการมีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานประกอบการในอุตสาหกรรมประเภทเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ข้อจำกัดเหล่านี้ ได้แก่ ความรู้และทักษะในด้านการจัดการ  โลจิสติกส์และในด้านการจัดการโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ เวลาที่จะต้องจัดสรรให้สำหรับการดำเนินโครงการ ความสามารถในการรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ การจัดประชุมเพื่อตัดสินใจร่วมกันในการดำเนินโครงการ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากสถานประกอบการในอุตสาหกรรมดังกล่าวมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบคุณภาพ ระบบการจัดการโครงการต่างๆ น้อยกว่าอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมแปรรูปอื่นๆ ซึ่งมีโครงการการจัดการด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการทีคิวเอ็ม โครงการไคเซ็น โครงการ Productivity เป็นต้น ทำให้จำนวนโครงการที่ถูกเสนอขึ้นมาและประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการมีไม่มากนัก  

4)     สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ ไม่มีการบันทึกข้อมูลกิจกรรมการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์อย่างเหมาะสม (ความจริงรวมถึงการบันทึกกิจกรรมที่จำเป็นอื่นๆ ในกิจกรรมการผลิต การขาย และธุรกรรมต่างๆ ด้วย) ได้แก่ การบันทึกข้อมูลการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ วัสดุระหว่างผลิต สินค้าสำเร็จรูป ข้อมูลรับเข้า จ่ายออก ณ คลังสินค้า ข้อมูลวัตถุดิบและสินค้าคงเหลือ ข้อมูลระยะเวลาในกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น ทำให้ไม่ทราบข้อมูลกิจกรรมที่แท้จริงของสถานประกอบการ เมื่อไม่บันทึกข้อมูล ก็ไม่สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปัญหา และเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือกับคู่แข่งในตลาดได้ บางสถานประกอบการที่มีข้อมูลพื้นฐานดี เพราะเคยลงทุนด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถบันทึกกิจกรรมโลจิสติกส์ได้ตลอดเวลา แต่กลับไม่นำข้อมูลมาเรียบเรียง และทำการวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ ตัวอย่างสถานประกอบการชั้นนำที่มีระบบการวางแผนทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Resource Planning หรือ ERP) ซึ่งสามารถบันทึกกิจกรรมทุกอย่างขององค์กรได้ เมื่อให้แสดงผังแสดงการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังรายวันรายสินค้า กลับไม่เคยดำเนินการและไม่เคยเห็นภาพการเคลื่อนไหวของสินค้าคงคลังของตน ทำให้ขาดโอกาสในการเห็นช่องทางการเพิ่มประสิทธิภาพไปอย่างน่าเสียดาย ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างดีที่ได้ลงทุนไปแล้วอย่างไม่คุ้มค่า การที่สถานประกอบการขาดการบันทึกข้อมูลกิจกรรมโลจิสติกส์ที่ดีทำให้มีข้อจำกัดอย่างมากในการกำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่เหมาะสม ตลอดจนการวัดประสิทธิภาพตามตัวชี้วัดก็จะไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ เช่น ต้นทุนโลจิสติกส์ การลดระดับสินค้าคงคลัง การเพิ่มอัตราการส่งมอบสินค้า เป็นต้น ข้อมูลที่ได้มาอาจไม่สะท้อนความเป็นจริง

5)     สถานประกอบการหลายแห่งยังขาดบุคลากรด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับจัดการและระดับควบคุมการปฏิบัติการ ส่วนใหญ่มีบุคลากรในระดับปฏิบัติการเท่านั้น นอกจากนี้ยังขาดแผนการพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม ขาดการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับระดับพนักงาน และขาดการฝึกอบรมในด้านความสามารถในการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับองค์กร

6)     เมื่อสถานประกอบการยังมีจุดอ่อนในการเชื่อมโยงการตัดสินใจ เชื่อมโยงกิจกรรมซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ภายในองค์กร อันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านแนวคิดองค์กร เช่น การดำรงอยู่ของการให้ความสำคัญกับหน่วยงานมากกว่ากระบวนการระหว่างหน่วยงานทำให้ขาดความร่วมมือระหว่างองค์กรภายใน และข้อจำกัดด้านข้อมูลของกระบวนอื่นๆ ที่มีส่วนเชื่อมโยงกัน ทำให้ความสามารถในการเชื่อมโยงกับองค์กรภายนอกทั้งที่อยู่ในซัพพลายเชนเดียวกันและต่างซัพพลายเชนแต่มีกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน ยิ่งทำได้ยากกว่าและมีข้อจำกัดมาก ทำให้การจัดการซัพพลายเชนระหว่างองค์กรไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหามีข้อจำกัด

7)     การจัดการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เน้นการใช้ความรู้ด้านการจัดการโลจิสติกส์และการใช้เครื่องมือในการจัดการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยบุคลากรของสถานประกอบการได้มีโอกาสเพิ่มทักษะในการทำโครงการ เพื่อให้สามารถพัฒนาโครงการต่อเนื่องได้ ซึ่งต้องมีระยะเวลาที่เหมาะสมในการอบรมและให้โอกาสในการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ และเครื่องมือในการดำเนินโครงการ ในที่นี้ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ   โลจิสติกส์ของสถานประกอบการในปี 2552 ที่จัดทำโครงการให้สถานประกอบการละ 2-3 ครั้งจึงได้รับความเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการว่าน้อยเกินไป

8)     สถานประกอบการเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมพื้นฐาน ตลอดจนสถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดเล็กโดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะไม่มีการจัดระบบการบริหารจัดการองค์กร และขาดการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถใช้เครื่องมือการบริหารจัดการมาวิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนการดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรโดยรวมซึ่งรวมถึงการจัดการซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ด้วย การเข้าร่วมโครงการโดยใช้รูปแบบและวิธีการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้วยแบบอย่างการจัดการที่ดีที่สุด (Best Practices) จะยังไม่เหมาะสมกับองค์กรดังกล่าว เพราะบุคลากรไม่สามารถปรับใช้ Best Practices กับวิธีปฏิบัติงานขององค์กรได้ การดำเนินโครงการเพี่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์จะประสบผลสำเร็จได้น้อยกว่า จำเป็นต้องมีรูบแบบและแผนการดำเนินงานให้คำปรึกษาอย่างง่ายสำหรับสถานประกอบการขนาดเล็ก

 

 

ข้อเสนอแนะและแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง

 

          ข้อเสนอแนะและแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาต่อเนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการเพื่อขยายผลการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานต่อไปมีดังต่อไปนี้

1)     สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมให้ความรู้และเพิ่มทักษะการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแก่ผู้บริหารระดับสูงของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถจัดทำกลยุทธ์องค์กรให้ครอบคลุมการจัดการ    โลจิสติกส์โดยรวมของสถานประกอบการ ผลักดันให้เกิดโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง และมีแผนพัฒนาบุคลากรด้าน โลจิสติกส์เพื่อช่วยพัฒนาโครงการให้ประสบผลตามเป้าหมาย

2)     การจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ของสถานประกอบการควรทำความเข้าใจในเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการที่ต้องมีผู้บริหารระดับสูงที่กำกับดูแลหน่วยงานสำคัญขององค์กร อย่างน้อย 3 หน่วยงานเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ฝ่ายขายและการตลาด ฝ่ายผลิต และฝ่ายวางแผนและโลจิสติกส์ แต่ละสถานประกอบการอาจเรียกชื่อฝ่ายแตกต่างกัน แต่ให้กำกับดูแลเนื้องานเกี่ยวกับการขาย การผลิตและโลจิสติกส์

3)     สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์เชิงลึกควรผ่านขั้นตอนการใช้เครื่องมือจัดการโครงการ เช่น 5ส การระดมความคิด  การวิเคราห์ก้างปลา เครื่องมือการวิเคราะห์ทางสถิติ เป็นต้น และเคยเข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพขั้นพื้นฐาน เช่น กิจกรรม 5 ส กิจกรรมทีคิวเอ็ม โครงการ Productivity มีระบบการบันทึกข้อมูลพื้นฐาน เป็นต้น หากไม่เคยทำกิจกรรมเหล่านี้มาก่อน แนะนำให้เข้าร่วมโครงการเชิงกว้างก่อน ได้แก่ การจัดฝึกอบรม การเข้าร่วมการสัมมนา การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อให้มีพื้นฐานสำหรับการจัดการโครงการเชิงลึกต่อไป 

4)     ผลักดันให้สถานประกอบการจัดทำโครงการการบันทึกข้อมูลพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลพี้นฐานเหล่านี้มาวิเคราห์ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดฝึกอบรมและจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเป็นการเฉพาะในเรื่องหลักการบันทึกข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพโลจิสติกส์ โครงการนี้จะนำไปสู่การพัฒนาในระดับต่อไปของสถานประกอบการ ได้แก่ การใช้เครื่องมือการวิเคราะห์และการจัดการด้านโลจิสติกส์ การจัดทำตัวชี้วัดที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับสถานประกอบการ ที่ผ่านมาสถานประกอบการที่ไม่มีระบบการบันทึกข้อมูลที่ดี ก็ไม่อาจมีดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์ที่ดีได้ น่าจะเป็นการคาดเดาและเป็นข้อมูลที่ไม่สัมพันธ์กับการปฏิบัติงานจริง การวัดผลประสิทธิภาพจะไม่มีความน่าเชื่อถือและทำให้โครงการไม่มีความยั่งยืน   

5)     เร่งพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในทุกหมวดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บุคลากรด้านการวางแผนซัพพลายเชน ด้านการวางแผนการผลิต แผนจัดซื้อ และแผนโลจิสติกส์ บุคลากรด้านจัดซี้อ คลังสินค้า การขนส่ง การจัดการคำสั่งซื้อ รวมถึงบุคลากรด้านการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังต้องเร่งพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในทุกระดับ ได้แก่ ระดับบริหารจัดการทั่วทั้งองค์กร ระดับควบคุมการปฏิบัติการ และระดับปฏิบัติการให้เป็นไปตามวินัยการทำงาน

6)     ขยายผลโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่มีผู้ประกอบการของไทยเป็นจำนวนมาก และให้มีรูปแบบโครงการที่หลากหลายผสมผสานกันอย่างเหมาะสมทั้งเชิงกว้างได้แก่ การฝึกอบรม สัมมนา สัมมนาเชิงปฏิบัติการ และเชิงลึก ได้แก่ การให้คำปรึกษาและจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ ณ สถานประกอบการ

7)     ให้มีระยะเวลาในการให้คำปรึกษาเชิงลึกสำหรับแต่ละสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 4 ครั้ง เพื่อให้มีระยะเวลาที่เหมาะสมในการฝึกบุคลากรในสถานประกอบการเพื่อการใช้ทักษะการจัดการโลจิสติกส์และทักษะการบริหารจัดการโครงการได้อย่างเหมาะสม

8)     พัฒนารูปแบบและวิธีการให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่สถานประกอบการขนาดเล็กที่เป็นแบบแผนแน่นอนให้สามารถดำเนินโครงการโลจิสติกส์อย่างง่ายๆ เป็นการฝึกทักษะการบริหารจัดการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ โดยปฏิบัติขั้นตอนที่ถูกกำหนด เพื่อให้องค์กรสามารถมีการรวบรวมข้อมูลกิจกรรมพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ มีการวิเคราะห์ขั้นต้น มีการจัดทำโครงการที่มีรูปแบบและกำหนดเวลาแน่นอน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้รูปแบบที่ซับซ้อนซึ่งสถานประกอบการจำเป็นต้องมีบุคลากรที่พร้อมก่อนจึงจะดำเนินการได้

 

มงคล พันธุมโกมล ที่ปรึกษาโครงการ

 




โลจิสติกส์ กพร

กำหนดการสัมมนาสรุปโครงการ 20 พย 52 article
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์เหมืองแร่ 2552 article
Workshop โลจิสติกส์ 2554
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม ปี 2554
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม ปี 2553
รายละเอียด workshop โลจิสติกสั article
กิจกรรมให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการ article
กำหนดการ Workshop โลจิสติกส์
เสวนาการวางแผนซัพพลายเชนที่ดี ทำอย่างไร
เปิดตัวโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์อุตสาหกรรม 2553 article
ประมวลภาพวันสรุปผลโครงการ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.